เกาะปันหยี

เกาะปันหยี ตั้งอยู่ที่บ้านท่าด่าน ตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมือง จังหวัดพังงา เป็นหมู่บ้านของชาวมุสลิมกลางน้ำ ซึ่งมีมายาวนานมากกว่า 200 ปี  ชาวบ้านยังคงใช้วิถีชีวิตแบบชาวเลแท้ ๆ ภายในเกาะมีบ้านเรือนของชาวบ้าน ที่สร้างขึ้นจากวัสดุธรรมชาติ มีมัสยิด รวมทั้งสนามฟุตบอลขนาดเล็กของเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมวิถีชีวิตอันเรียบง่ายแล้ว ยังจะได้ลิ้มลองอาหารทะเลสดใหม่ อาหารพื้นเมือง พร้อมทั้งเลือกซื้อสินค้าแฮนด์เมดของชาวบ้านอีกด้วย

ถ้ำมรกต

ถ้ำมรกต หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ถ้ำน้ำ ตั้งอยู่บริเวณ เกาะมุก มีความยาวทั้งหมด 80 เมตร ตามประวัติกล่าวกันว่า…กลุ่มราษฎรท้องถิ่นได้เข้ามา ถ้ำมรกต ครั้งแรกเพื่อหารังนกอีแอ่น เนื่องจากในอดีตถ้ำนี้จะมีนกอีแอ่นอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และต่อมาโจรสลัดจะนำของที่ปล้นมาได้ ซุกซ่อนไว้ในที่แห่งนี้ระยะหนึ่ง แล้วจึงจะนำของดังกล่าวออกไป เมื่อมองดูรอบ ๆ เหมือนกับเรายืนอยู่ในปล่องขนาดใหญ่ ซึ่งเกิดจากการยุบตัวของหินปูนในอดีต 

 ถ้ำมรกต เป็นถ้ำน้ำทะเลที่มีความงดงามตระการตาอย่างมาก จากปากทางเข้าถ้ำซึ่งเป็นโพรงเล็ก ๆ จะเข้าออกได้เฉพาะช่วงน้ำลงเท่านั้น ปากถ้ำเป็นโพรงเล็ก ๆ การเข้าออกจะต้องลอยคอในน้ำ ลอดถ้ำอันมืดมิดผ่านเส้นทางคดโค้ง ระยะทางจากปากถ้ำเข้าไปประมาณ 80 เมตร เข้าแถวเรียงหนึ่งตามคนนำทาง จับคนข้างหน้าไว้ให้มั่น ไม่งั้นอาจหลงทางได้ 

          เมื่อพ้นปากถ้ำออกมาอีกด้านหนึ่งจะเป็นหายทรายขาดสะอาด น้ำใสน่าเล่น ล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชัน ที่มีท้องฟ้าเป็นหลังคา และผนังแต่งแต้มด้วยลายเขียวของใบไม้ โพรงที่ลอดเข้า ถ้ำมรกต จะอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของตัวเกาะ ยาวแสงอาทิตย์ทำมุมพอเหมาะ ทั้งเกาะและเวิ้งถ้ำก็พลันกลายเป็นสีเขียวมรกตงดงาม ประหนึ่งจิตรกรรมแห่งธรรมชาติ ที่ได้บรรจงสร้างให้มวลมนุษย์ได้ชื่นชม 

เกาะมุก มิใช่มีเพียง ถ้ำมรกต เท่านั้น แต่ทางด้านฝั่งตะวันออกยังมีชายหาดที่สวยงาม บริเวณแหลม ๆ ทางด้านทิศตะวันออก เป็นที่อยู่อาศัยของ ชุมชนบ้านเกาะมุก ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมง สามารถเดินเที่ยวรอบเกาะได้ ด้ายซ้ายและขวาของแหลมคือ หาดหัวแหลม และ อ่าวพังงา มีหาดทรายขาวละเอียดสวยงาม

หมู่เกาะสุรินทร์

เกาะสุรินทร์ เกาะอุทยานแห่งชาติทางทะเลไม่เล็กไม่ใหญ่ อยู่เหนือสุดทะเลอันดามัน ติดกับน่านน้ำพม่า เกาะที่มีความสมบูรณ์ทั้งบนบกและใต้น้ำ เกาะนี้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหนักหนาพอสมควร ที่นี่เป็นที่ที่ผมต้องมาเยือนทุกปี ปีละ 15-30 วัน ร่วม 15 ปีมาแล้ว ด้วยเหตุผลของงาน

          ถึงเกาะนี้จะอยู่ห่างไกล แต่ก็ไม่ยากเลยที่จะได้เจอเพื่อนใหม่ที่เดินทางมาเยือนทุกวัน ได้เพื่อนซี้เป็นชาวมอแกน เจ้าของเกาะ ที่เป็นทั้งคนนำทางและให้ความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับทะเล ได้เจอสึนามิที่นี่และยังรอดมาเล่าเรื่องราวในวันนั้นให้คนอื่นฟังได้ ได้เจอช่วงเวลาที่ดีที่สุดและแย่ที่สุดของเกาะ

          แต่ยังไงทะเลบ้านเรายังงดงามเสมอครับ

หมู่เกาะสิมิลัน

ถือได้ว่าเป็นท้องทะเลที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และความสวยงามนี้ก็ไม่แพ้กับท้องทะเลที่ไหนในโลก มีนักท่องเที่ยวมากมายเดินทางมาเยือนที่นี่ เพื่อการสัมผัสกับท้องทะเลสีฟ้าใสราวกับคริสตัล ผืนทรายที่ขาวสะอาด นุ่มเนียนละเอียด และบรรยากาศที่เงียบสงบ สดชื่น น่าพักผ่อน แต่ก่อนที่จะเดินทางไปเที่ยวสิมิลัน เราควรเตรียมตัวอย่างไร มีข้อมูลดี ๆ อะไรที่น่าสนใจบ้าง เราได้มาไว้ให้ที่นี่แล้ว ถ้าอยากให้ทริปสิมิลันสนุกยิ่งขึ้น ก็ไปเก็บข้อมูลเหล่านี้ได้เลย 

ดินแดนที่อุดมไปด้วยผืนน้ำทะเลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ มีเกาะหลัก ๆ ทั้งหมด 11 เกาะ ได้แก่ เกาะหูยง (เกาะหนึ่ง), เกาะปายัง (เกาะสอง), เกาะปาหยัน (เกาะสาม), เกาะเมียง (เกาะสี่), เกาะห้า, เกาะหก, เกาะปายู (เกาะเจ็ด), เกาะสิมิลัน (เกาะแปด), เกาะบางู (เกาะเก้า), เกาะตาชัย และเกาะบอน  ซึ่งล้วนแต่มีหาดทรายที่สวยงาม พร้อมกับแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวจะได้พบเห็นสัตว์ทะเลที่หลากหลาย นอกจากนี้หมู่เกาะสิมิลันยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติและจุดชมวิวที่สวยงามตามเกาะต่าง ๆ อีกด้วย ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม – 15 พฤษภาคมของทุกปี

ดอยแม่สลอง

บนดอยสูงนั้น ไม่ว่าจะดอยไหน เวลาใด มั่นใจได้เลยว่าอากาศบนนั้นเย็นสบายตลอดปีแน่ๆ ซึ่งดอยแม่สลอง (Mae Salong Mountain) ก็เช่นเดียวกัน แต่นักท่องเที่ยวมักนิยมไปดอยแม่สลองในช่วงหน้าหนาว เพราะอยากสัมผัสอากาศเย็นจัดบนยอดดอย นั่งจิบชาอุ่นๆ ชมวิวไร่ชา หรือกินขาหมูนุ่มๆ กับหมั่นโถวร้อนกรุ่น และอาหารจีนยูนนานเมนูต่างๆ อีกเยอะแยะที่มีขายอยู่บนนั้น

ดอยแม่สลอง (Doi Mae Salong) เป็นที่ตั้งของ หมู่บ้านสันติคิรี ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย การเดินทางไปดอยแม่สลองในปัจจุบันค่อนข้างสะดวก ถนนหนทางต่างๆ ไม่มีปัญหาต่อการเดินทางแต่อย่างใด ระหว่างทางมีวิวสวยๆ ของภูเขาที่สลับซับซ้อน ส่วนบนดอยมีสถานที่สวยๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปหลายจุด และมีร้านอาหาร ที่พัก รองรับนักท่องเที่ยวอย่างเพียงพอ ตอนเช้าจะมีตลาดนัดเล็กๆ ที่ชาวบ้านนำผลิตผลทางการเกษตร ผัก ผลไม้ อาหารต่าง มาขาย และมีขนมแปลกๆ ที่หากินที่อื่นได้ยากให้ลองชิมกันด้วย สินค้าที่นักท่องเที่ยวมักซื้อไปฝากคนรู้จักก็คือบรรดาชาต่างๆ นอกจากนั้นก็มีพวกผลไม้อบแห้ง แช่อิ่ม บ๊วยเค็ม ฯลฯ

สถานที่่ท่องเที่ยว (Chiang Rai Travel) บนดอยแม่สลอง

·         พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี ตั้งอยู่บนสุดของดอยแม่สลอง รถยนต์ขึ้นไปได้ถึงบริเวณพระบรมธาตุ สร้างเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จย่า เป็นเจดีย์แบบล้านนาประยุกต์ มีหลายชั้น แต่ละชั้นสามารถชมวิวได้อย่างสะดวก

·         อนุสรณ์สถานอดีตทหารจีนคณะชาติภาคเหนือ ประเทศไทย ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงประวัติศาสตร์ว่าที่ บ้านสันติคีรี เป็นหมู่บ้านของอดีตทหารจีนคณะชาติ  ได้ช่วยราชการไทยต่อสู้และปราบปรามคอมมิวนิสต์

·         สุสานนายพลต้วน ซี เหวิน อดีตผู้นำทหารจีนฮ่อแห่งกองพันที่ 5 กองพล 93  บริเวณที่ตั้งสุสานยังเป็นจุดชมทิวทัศน์ของดอยแม่สลองด้วย

·         ทุ่งดอกบัวตอง ดอยหัวแม่คำ ตั้งอยู่ในเขตตำบลแม่สลองในที่อยู่ในใกล้กับดอยแม่สลอง เป็นที่ชมทุ่งดอกบัวตองขนาดใหญ่ของเมืองไทย ในช่วงปลายปี

·         ไร่ชา 101 ไร่ชาชื่อดังของดอยแม่สลอง สามารถเข้าไปชมวิวไร่ชาขั้นบันได ชมขั้นตอนการเก็บและการผลิตชา ชมการสาธิตการชงชา ลองชิมชา และเลือกซื้อชาเป็นของฝาก

·         ไร่ชาวังพุฒตาล บริเวณทางเข้าไร่ชาแห่งนี้มีรูปปั้นสิงโต และกาน้ำชาขนาดใหญ่ที่กำลังรินชาใส่ถ้วย นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันบริเวณนี้

วัดอรุณราชราราม

วัดอรุณราชวราราม (Temple of the Dawn, Bangkok) หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกกันติดปากว่า วัดแจ้ง (Temple in Bangkok) เป็น พระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ เป็นวัดโบราณที่มีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมทีเรียกว่า วัดมะกอก ต่อมาในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี ชาวบ้านเรียกจนติดปากว่า วัดแจ้ง เมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีย้ายราชธานีจากกรุงศรีอยุธยามาตั้ง ณ กรุงธนบุรี ได้โปรดเกล้าฯ ให้วัดแจ้งเป็นวัดในเขตพระราชฐาน และใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่ได้อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ได้เสด็จมาประทับที่พระราชวังเดิม และทรงปฏิสังขรณ์วัดแจ้งใหม่ทั้งหมด แต่ยังไม่ทันสำเร็จก็สิ้นรัชกาลที่ 1 กระทั่งเมื่อสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย วัดแห่งนี้จึงได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่อีกครั้ง และถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2 เมื่อบูรณะเสร็จ ได้พระราชทานนามว่า “วัดอรุณราชธาราม” โดยมีพระราชดำริที่จะเสริมสร้างพระปรางค์หน้าวัดให้สูงขึ้น แต่สิ้นรัชกาลเสียก่อน ในสมัยรัชกาลที่ 3 จึงมีการก่อสร้างเสริมพระปรางค์องค์ใหญ่ให้มีความสูง 82 เมตร กว้าง 234 เมตร และแล้วเสร็จสมบูรณ์ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 อีกทั้ง พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้มีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดอรุณราชธารามหลายรายการ และให้อัญเชิญพระบรมอัฐิ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยมาบรรจุไว้ที่พระพุทธอาสน์ของพระประธานในพระอุโบสถด้วย เมื่อการปฏิสังขรณ์เสร็จสิ้นลง พระราชทานนามใหม่ว่า “วัดอรุณราชวราราม” (Temple of the Dawn, Bangkok) นับจากนั้นเป็นต้นมา

สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด
พระปรางค์ ซึ่งประดับด้วยกระเบื้องเคลือบ ถ้วยชามเบญจรงค์และเปลือกหอย

รูปปั้นยักษ์ ซึ่งมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับยักษ์วัดแจ้งแห่งนี้คู่กับยักษ์วัดโพธิ์ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
นอกจากนี้ก็ยังมีพระอุโบสถ ซุ้มประตูยอดมงกุฎ หอระฆัง ภูเขาจำลอง และพระพุทธรูปต่างๆ 

สถานที่เที่ยวฟูจิ

ฟูจิ ที่เที่ยวญี่ปุ่น

เชื่อว่ามีผู้ปีนภูเขาไฟฟูจิครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 1206 โดยนักบวชท่านหนึ่ง และในช่วงระหว่างนั้นจนถึงยุคเมจิ ภูเขาไฟฟูจิได้ชื่อว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งห้ามผู้หญิงขึ้น ปัจจุบันภูเขาไฟฟูจิเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะเห็นได้จากในงานเขียนหรือภาพวาดต่างๆ โดยเฉพาะภาพวาดของ โฮะกุไซ ที่มีให้เห็นในวรรณกรรมและกาพย์กลอนที่สำคัญมากมายของญี่ปุ่น ในอดีตภูเขาไฟฟูจิเป็นที่ฝึกฝนของฐานทัพซามูไร ซึ่งในปัจจุบันฐานทัพหนึ่งของกองทหารญี่ปุ่นตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูเขาไฟฟูจิ

รูปแบบของภูเขาไฟฟุจิและกิจกรรมที่ต่อเนื่องยาวนานในการเป็นแรงบันดาลใจ ได้กลายเป็นวิถีปฏิบัติทางศาสนาที่เชื่อมโยงผู้คนที่นับถือศาสนาชินโต พุทธศาสนา และธรรมชาติเข้าด้วยกัน ภูเขาไฟฟุจิยังมีอิทธิพลต่อศิลปินในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ในการผลิตภาพเขียนที่มีลักษณะทางวัฒนธรรม ซึ่งทำให้ภูเขาไฟลูกนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ทั้งนี้ภูเขาไฟฟุจิซึ่งมีความสูง 3,776 เมตร ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดยะมะนะชิและชิซุโอะกะ เป็นหนึ่งในทัศนียภาพที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จากการที่เป็นภูเขาไฟที่มีรูปร่างสมมาตรและมีหิมะปกคลุมบริเวณยอดเขาตลอดทั้งปี ทำให้กลายเป็นจุดดึงดูดผู้คนมานานหลายร้อยปี

พระราชวังต้องห้าม

กำแพงเมืองจีน กำแพงที่ยาวที่ในโลก

กำแพงเมืองจีน (จีนตัวย่อ: 长城; จีนตัวเต็ม: 長城; พินอินChángchéng “ฉางเฉิง”, อังกฤษ: Great Wall of China) เป็นกำแพงที่มีป้อมคั่นเป็นช่วง ๆ ของจีนสมัยโบราณ กำแพงส่วนใหญ่ที่ปรากฏในปัจจุบันสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ฉิน ทั้งนี้เพื่อป้องกันการบุกรุกจาก ชาวฮัน หรือ ซฺยงหนู คำว่า ซฺยงหนู บางทีก็สะกดว่า ซุงหนู หรือ ซวงหนู ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับอารยธรรมจีนในยุคต้น ๆ ตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจว (ราว 400 ปีก่อนคริสตกาล) เนื่องจากจะเข้ามารุกรานจีนตามแนวชายแดนทางเหนือ ในสมัยราชวงศ์ฉิน ได้สั่งให้สร้างกำแพงหมื่นลี้ตามชายแดน เพื่อป้องกันพวกซฺยงหนูเข้ามารุกรานและพวกเติร์ก จากทางเหนือ หลังจากนั้นยังมีการสร้างกำแพงต่ออีกหลายครั้งด้วยกัน แต่ภายหลังก็มีเผ่าเร่ร่อนจากมองโกเลียและแมนจูเรียสามารถบุกฝ่ากำแพงเมืองจีนได้สำเร็จ

กำแพงเมืองจีนยังคงเรียกว่า “กำแพงหมื่นลี้” (จีนตัวย่อ: 万里长城; จีนตัวเต็ม: 萬里長城; พินอินWànlĭ Chángchéng “ว่านหลี่ฉางเฉิง”) สำนักงานมรดกวัฒนธรรมแห่งชาติจีน ประกาศเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ว่านักโบราณคดีได้ตรวจวัดความยาวของสิ่งก่อสร้างจากน้ำมือมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกหรือ “กำแพงเมืองจีน” อย่างเป็นทางการนานร่วม 5 ปี ตั้งแต่ 2008-2012 และพบว่ายาวกว่าที่บันทึกไว้เดิมกว่า 2 เท่า หรือ 21,196.18 กิโลเมตร จากเดิม 8,850 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 15 มณฑลทั่วประเทศ[1] และนับเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคกลาง ด้วย มีความเชื่อกันว่า หากมองเมืองจีนจากอวกาศจะสามารถเห็นกำแพงเมืองจีนได้ ซึ่งในความเป็นจริงไม่สามารถมองเห็นจากอวกาศได้[2]

กิจกรรมสายสัมพันธ์พี่น้อง CVK. (รับน้อง)2019

สวัสดีดีค่ะ

วันนี้จะมาพูดถึงความรู้การรับน้อง วันจันทร์ที่ผ่านนี้รร.CVKของเราเพิ่งได้ทำกิจกรรมการรับน้องไป และวันนี้จะมาพูดถึงบรรยากาศในวันงานให้ฟังกัน

กิจกรรมเริ่มตอนเที่ยงค่ะ

หลังจากที่ฉันได้เข้าห้องหอประชุมใหญ่นั้นก็ได้เห็นน้องๆชั้นม.5และม.6นั่งเรียงกันอย่างเรียบร้อย พอทุกคนเข้าห้องหอประชุมกันหมด พิธีก็ได้เริ่มขึ้น โดยมีผู้บริหารได้กล่าวพิธีเปิดกิจกรรม

หลังจากกล่าวเสร็จกิจกรรมก็เริ่มขึ้น กิจกรรมแรกคือการประกวดดาวและเดือนของปี2019โดยมี2พิธีกรสุดสวย

การประกวดครั้งนี้มีทั้งหมด6ห้องหรือ6คู่การเข้าแข่ง

และผู้เข้ารอบครั้งแรกนี้มี3คู่เรามาดูโฉมหน้าของเค้ากันค่ะ

ผู้เข้ารอบ

นี่เป็นโฉมหน้าดาวและเดือนของปี2019ค่ะ เรามาดูโฉมหน้าของปี2017และ2018กันค่ะ

ปี2017

ปี2018

พอจบการประกวดก็มีกิจกรรมเต้นของรร.ขึ้น ต่อจากการประกวด

หลังจากนั้นก็มีอีกกิจกรรมหนึ่งก็คือร้องเพลงโดยรร.เรามีนักร้องประจำรร.

พอจบจากกิจกรรมในหอประชุม สภาก็ได้พาน้องๆไปอีกกิจกรรมหนึ่งคือการเข้าฐานต่างๆ โดยสภาจะเป็นผู้พาไป

พอจบจากการเข้าฐานแล้วหรือจบกิจกรรมอื่น ก็มีรุ่นพี่ม.6อย่างเราๆ ได้บูมเพื่อให้กิจกรรมเสร็จสิ้น

พร้อมบูม
การรับน้องได้จบลงเพียงเท่านี้

เที่ยวดอยตุงเชียงราย

สวัสดีค่ะ ฉันเป็นคนนึงที่ชอบเที่ยวมาก และวันนี้ฉันจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่นึงที่ฉันรู้สึกว่ามันสวยงามสำหรับฉัน นั่นก็คือ พระตำหนักดอยตุง เชียงราย ฉันเคยไปแค่ครั้งเดียวแต่มันเป็นที่ที่สวยงามมาก รู้มาว่าเป็นพระตำหนักของสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี  และวันนี้จะมาเล่าประวัติของดอยตุง

พระตำหนักดอยตุงเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2530 เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มี พระชนมายุ 88 พรรษา โดยก่อนหน้านั้นมีพระราชกระแสว่า หลังพระชนมายุ 90 พรรษา จะไม่เสด็จไปประทับที่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ จึงได้เลือกดอยตุง ซึ่งมีทิวทัศน์สวยงาม ขณะเดียว กันสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี เมื่อทรงทอดพระเนตรพื้นที่ เมื่อต้นปี พ.ศ. 2530 ก็ทรงพอพระราชหฤทัย และมีพระราชดำริจะสร้างบ้านที่ดอยตุงพร้อมกันนี้ ยังมีพระราชกระแสรับสั่งว่าจะ ปลูกป่าบนดอยสูงจึงกำเนิดเป็น โครงการพัฒนาดอยตุงขึ้น โครงการพัฒนาดอยตุงเริ่มดำเนินการโดยความร่วมมือจากหน่วยราชการทุกส่วน เช่น กรมป่าไม้ กรมชลประทาน หน่วยงานด้านปกครอง นอกจากทำการปลูกป่าฟื้นฟูสภาพพื้นที่แล้วยังมีการฝึกอาชีพ เพื่อ ยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเขาบนดอยตุง ซึ่งประกอบด้วยชาวเขาเผ่าอาข่าลาหู่ ไทยใหญ่ และจีนฮ่อ ขณะเดียว กันยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของตนไว้

นี่คือภาพที่ฉันได้ถ่ายเอง

Thanaphat Saeyang No.36 M.6.5

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น